วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

aldehyde&ketone

Aldehyde & Ketone
Aldehyde




เรียกชื่อ
เรียกชื่อตามalkaneแล้วตัด-eเเล้วเติม-nal
*ถ้ามีกลุ่มอื่นมาเกาะไห้เรียกก่อน เช่น
 สมบัติ
1.มีขั้ว
2.ละลายน้ำได้ดี

Ketone






เรียกชื่อ
เรียกชื่อตามalkaneแล้วตัด-eเเล้วเติม-anone
*และบอกตำแหน่งcarbonylที่น้อยสุด

  



สมบัติ
1. คีโตนเป็นไอโซเมอร์โครงสร้างกับอลดีไฮด์
2. โมเลกุลเล็ก ๆ ละลายน้ำได้ เมื่อจำนวนอะตอมคาร์บอนเพิ่มขึ้นจะละลายน้ำได้น้อยลง

3. จุดเดือดเพิ่มขึ้นตามจำนวนอะตอมคาร์บอนเนื่องจากมวลโมเลกุลเพิ่มขึ้น แรงแวนเดอร์วาลส์แข็งแรงขึ้น
4. เมื่อเปรียบเทียบจุดเดือดของแอลเคน แอลดีไฮด์ คีโตน และแอลกอฮอล์ ที่มีมวลโมเลกุลใกล้เคียงกัน พบว่าจุดเดือดจะเรียงดับดังนี้



 *แอลดีไฮด์และคีโตนมีจุดเดือดสูงกว่าแอลเคน เพราะแอลดีไฮด์และคีโตนเป็นโมเลกุลมีขั้ว จึงมีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลสูงกว่าแอลเคนซึ่งเป็นโมเลกุลไม่มีขั้ว แต่เนื่องจากแอลดีไฮด์และคีโตนไม่มีพันธะไฮโดรเจนยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลด้วยกันเอง จึงทำให้มีจุดเดือดต่ำกว่าแอลกอฮอล์

ปฏิกิริยาKetone & Aldehyde
 1 ปฏิกิริยาการเติม (addition) เนื่องจากคาร์บอนของหมู่คาร์บอนิลมีสถาพขั้วเป็นบวก เพราะออกซิเจนมีขั้วเป็นลบ จึงสามารถทำปฏิกิริยากับอะตอมหรือกลุ่มอะตอมที่มีประจุเป็นลบได้ เช่น ปฏิกิริยากับ HCN







 2 ปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) แอลดีไฮด์ถูกออกซิไดส์ได้ง่ายกว่าคีโตนด้วยตัวออกซิไดส์หลายชนิด เช่น [Ag(NH3)2]+ , H2O2 , KmnO4 เป็นต้น เมื่อ
แอลดีไฮด์ถูกออกซิไดส์จะได้กรดคาร์บอกซิลิก
 คีโตนต้องใช้สภาวะที่รุนแรงจึงจะเกิดปฏิกิริยานี้ได้ ให้ผลผลิตเป็นเอสเทอร์ 
 3 ปฏิกิริยารีดักชัน (reduction) แอลดีไฮด์และตีโตนสามารถเกิดปฏิกิริยารีดักชันได้ เมื่อมีตัวรีดิวส์ เช่น NaBH4 , LiAlH4 เป็นต้น ได้ผลผลิตเป็นแอลกอฮอล์ 
แอลดีไฮด์จะให้แอลกอฮอล์ปฐมภูมิ
 คีโตนได้แอลกอฮอล์ทุติยภูมิ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น